พี่น้องฮุบมรดก 50 ล้าน เหลือบ้านผุๆ ให้ฉันคนเดียว! แต่พอเข้าไปอยู่ กลับเจอสมบัติลับ ซวยจริงหรือโชคดี? กลายเป็นมหาเศรษฐีพันล้านข้ามคืน!

พี่น้องฮุบมรดก 50 ล้าน เหลือบ้านผุๆ ให้ฉันคนเดียว! แต่พอเข้าไปอยู่ กลับเจอสมบัติลับ ซวยจริงหรือโชคดี? กลายเป็นมหาเศรษฐีพันล้านข้ามคืน!

ใครจะเชื่อว่าคนส่งอาหารอย่างฉันจะกลายเป็นเศรษฐีระดับโลก!

ครอบครัวฮุบมรดก 50 ล้านไปหมด เหลือแค่บ้านโทรมให้ผม! แต่ผมเจอสมบัติในบ้าน รวยข้ามคืน!

ฝนตกหนักตั้งแต่เย็นจนถึงค่ำ ผมยืนอยู่หน้าบ้านเก่าหลังนั้นที่ทั้งหมู่บ้านไม่มีใครอยากได้ มันเป็นบ้านไม้ผุๆ หลังคารั่ว ผนังมีรอยแตกเป็นทางยาวเหมือนใบหน้าคนแก่ที่เต็มไปด้วยริ้วรอย กลิ่นอับชื้นคละคลุ้งออกมาจากข้างในจนผมต้องกลั้นหายใจ คุณย่าจากไปได้สามวันแล้ว แต่เพิ่งมีคนมาส่งของที่ท่านฝากไว้ให้ผมตอนเย็นวันนี้เอง นั่นคือบ้านทั้งหลังที่ผมเพิ่งเปิดประตูเข้าไป มีเพียงความมืดและเสียงฝนกระทบหลังคาเป็นเพื่อน

เมื่อวานตอนงานศพ พี่ชายคนโตของผมพูดเสียงดังลั่นกลางวงญาติว่าตึกแถวสองห้องในตลาดนั้นเขาเอา บ่อปลาฝั่งตะวันตกยกให้คนที่สอง สวนผลไม้เนินใต้ให้คนที่สาม ส่วนที่ดินสร้างบ้านตรงปากหมู่บ้านยกให้หลัวฮว๋า ลูกชายคนโปรดของลุงใหญ่ ผมถามขึ้นเบาๆ ว่าแล้วผมล่ะ ได้ยินเสียงหัวเราะเยาะจากรอบทิศ หลัวเยี่ยน เธอออกไปส่งอาหารข้างนอกตลอดปี ให้ของดีไปเธอก็ปลูกไม่ไหว บ้านเก่าที่คุณย่าเคยอยู่ก็ยกให้เธอแล้วกัน เสียงพี่สะใภ้คนโตเสริมขึ้นว่าบ้านโทรมๆ นี่เพิ่งมีคนตายนะ ทั้งชื้นทั้งเหม็น เนินร้างหญ้าสูงกว่าคนอีก งูเข้าไปยังอดตาย เหมาะกับแกพอดี

ผมเซ็นเอกสารรับบ้านหลังนั้นด้วยมือที่สั่นเทา ไม่ใช่เพราะเสียใจ แต่เพราะโกรธจนควบคุมตัวเองไม่ได้ พวกเขาแบ่งที่ดินดีๆ หน้าร้าน บ่อปลา สวนผลไม้กันไปหมด เหลือบ้านผุหลังเดียวที่ไม่มีใครเอาให้ผม แล้วยังหัวเราะเยาะว่าถ้าไม่เอาก็จะไม่ได้แม้แต่บ้านโทรม วันนี้ใครเซ็นแล้วจากนี้ไปห้ามใครกลับคำเด็ดขาด ถึงตอนนั้นเสียใจไปก็ไม่มีใครเอาบ้านโทรมๆ นั่นฟรีหรอก

คืนนั้นผมเดินเข้ามาในบ้านเก่าพร้อมไฟฉายด้ามเดียว ในหัวคิดแค่ว่าจะอยู่ยังไงให้รอดถึงพรุ่งนี้ เช้ามืดผมต้องออกไปส่งอาหารต่อ หาเงินเลี้ยงปากท้องไปวันๆ แต่พอไฟฉายสาดไปกระทบพื้นไม้เก่าที่มีรอยขีดเขียนเต็มไปหมด ผมก็เห็นบางอย่างที่ทำให้หยุดชะงัก

ตรงมุมห้องใต้บันได มีกล่องไม้เก่าๆ ใบหนึ่งวางอยู่ มันเต็มไปด้วยฝุ่นจนแทบมองไม่ออกว่าเป็นกล่อง แต่มีรอยเท้าคนเหยียบอยู่ข้างๆ หลายรอย รอยเท้าใหม่ๆ ด้วย แปลว่ามีคนเพิ่งมาค้นที่นี่เมื่อไม่นานนี้ ผมคุกเข่าลงเปิดฝากล่องออก สิ่งที่อยู่ข้างในไม่ใช่ทองคำหรือเงินสดอย่างที่ใจหวัง แต่เป็นจี้หยกเล็กๆ ที่มีรูปปลาคาร์ปสีทองสลักอยู่ข้างใน

ผมยกมันขึ้นมาส่องกับแสงไฟฉาย ทันใดนั้นก็รู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างไหลออกมาจากจี้หยก หยดน้ำใสๆ หยดหนึ่งตกลงบนพื้นไม้เก่า แล้วตรงจุดนั้นก็มีต้นอ่อนเล็กๆ งอกขึ้นมาทันที ผม rubbed my eyes มองดูอีกครั้ง ต้นอ่อนนั้นยังอยู่จริงๆ มันโตขึ้นทีละนิดต่อหน้าต่อตา

นี่มันอะไรกัน

ผมทดลองอีกครั้งโดยเอาน้ำจากจี้หยดลงบนเมล็ดผักกาดที่ตกอยู่บนพื้น ไม่ถึงสิบนาที เมล็ดนั้นก็งอกเป็นต้นผักกาดขาวต้นใหญ่ที่ใบสีเขียวสดจนผิดธรรมชาติ ขนาดของมันใหญ่กว่าผักกาดขาวปกติเกือบสามเท่า กลิ่นหอมสดชื่นลอยเข้ามาเตะจมูกจนผมต้องสูดหายใจลึก

ผมคิดถึงคำพูดของคุณย่าที่เคยพูดตอนผมยังเด็ก อย่าดูถูกที่ดินผืนเล็ก แค่ขยันลงแรง ที่ดินผืนเล็กก็ปลูกชีวิตดีๆ ได้ ดินไม่ดีไม่น่ากลัว ที่น่ากลัวคือใจคนไม่ดี ขอแค่ใจซื่อตรง รักษารากเหง้าไว้ ชีวิตแบบไหนก็ผ่านไปได้

ตอนนั้นผมคิดว่าท่านพูดเล่น ตอนนี้ผมเริ่มเข้าใจแล้วว่าท่านหมายถึงอะไร

เช้าวันรุ่งขึ้น ผมไม่ได้ออกไปส่งอาหารเหมือนทุกวัน ผมปั่นจักรยานเก่าๆ คันเดิมไปที่ตลาดสดแต่เช้า ซื้อเมล็ดพันธุ์ผักทุกชนิดที่หาได้ แล้วกลับมาที่บ้านเก่าทันที ผมเอาน้ำจากจี้หยดลงบนแปลงดินหลังบ้านที่เต็มไปด้วยหญ้ารก วันเดียวเท่านั้น ผักกาดขาว มะเขือเทศ แตงกวา ฟักทอง ก็งอกงามเต็มแปลง มะเขือเทศลูกใหญ่เท่ากำมือผม แตงกวายาวเกือบคืบ กลิ่นหอมของมันลอยไปไกลจนเพื่อนบ้านต้องโผล่หน้ามาดู

ไอ้หลัวเยี่ยน แกไปเอาผักพวกนี้มาจากไหน มันใหญ่เกินไปแล้วนะ

ผมยิ้มแหยๆ ตอบไปว่าซื้อเมล็ดพันธุ์ใหม่มาจากตลาด เขาไม่เชื่อแต่ก็ไม่ได้ซักไซ้อะไรต่อ

ผมเก็บผักทั้งหมดใส่รถสามล้อเก่าๆ ที่ยืมมาจากป้าจ้าว ขับตรงไปที่โรงแรมห้าดาวกลางเมือง ครั้งแรกที่ไปถึง รปภ. หน้าประตูโบกมือไล่ผมเหมือนไล่หมา

ไสหัวไปเร็ว ที่นี่โรงแรมห้าดาว ไม่รับผักเน่าจากแผงข้างถนน

ผมยืนยันว่าจะขอพบเชฟใหญ่ให้ได้ สุดท้ายหัวหน้าหวัง เชฟใหญ่ของโรงแรมก็ออกมาดูด้วยตัวเอง ตอนแรกเขาทำหน้ารำคาญ แต่พอเปิดผ้าคลุมรถสามล้อออกเท่านั้นแหละ สีหน้าของเขาเปลี่ยนทันที

กลิ่นหอมอะไรขนาดนี้ ผักกาดขาวนี่ทำไมลูกใหญ่ขนาดนี้ มะเขือเทศนี่ก็ด้วย

เขาหยิบมะเขือเทศขึ้นมากัดคำหนึ่ง น้ำสีแดงสดไหลอาบแก้มเขา เขาเคี้ยวช้าๆ แล้วตาโตขึ้นเรื่อยๆ

น้ำเยอะ กลิ่นผลไม้ชัด รสสัมผัสแบบนี้ ผักออร์แกนิกทั่วไปเทียบไม่ติดเลย ผมเป็นเชฟมาทั้งชีวิต ยังไม่เคยกินผักที่หอมขนาดนี้เลย

เขาถามผมว่ามีเท่าไหร่ ผมบอกว่ามีแค่ที่เห็นในรถคันนี้ เขาไม่ลังเลเลย

รถคันนี้ฉันเอาหมด เงินสดแปดหมื่นบาทพอไหม

ผมเกือบ choke on my own saliva แปดหมื่นบาท สำหรับผักที่ผมปลูกได้ในวันเดียว ผมพยักหน้าหงึกๆ เขานับเงินสดยื่นให้ผมตรงนั้นเลย แล้วยังบอกอีกว่าคราวหน้ามีของก็ส่งมาเลย มีเท่าไหร่เราเอาหมด

ข่าวแพร่เร็วมาก ภายในสัปดาห์เดียว ผมก็กลายเป็นคนที่ตลาดกลางเมืองพูดถึง ผักจากบ้านเก่าของคุณย่ากลายเป็นของหายากที่เชฟใหญ่หลายโรงแรมแย่งกันสั่ง ซื้อเท่าไหร่ก็ไม่พอขาย เงินที่ผมเก็บได้ในเดือนแรกมากกว่าที่ผมส่งอาหารมาทั้งปีรวมกัน

แล้วเรื่องก็มาถึงหูญาติๆ

เย็นวันหนึ่ง ผมกลับมาบ้านเก่าและพบว่ารถสามล้อของผมหายไป จักรยานเก่าๆ ก็ถูกทุบจนยางแบนแบน ผนังบ้านมีรอยสีสเปรย์เขียนว่าไอ้คนเนรคุณ ต้นผักหลังบ้านถูกถอนจนเละเกือบครึ่ง

พี่ชายคนโตของผมยืนอยู่หน้าประตูบ้านพร้อมลูกน้องสองคน เขาสูบบุหรี่มองผมด้วยสายตาเย็นชา

หลัวเยี่ยน แกเอาเงินคุณย่าไปทำอะไรบ้าง ไปขโมยเงินที่คุณย่าซ่อนไว้ในบ้านหลังนี้ใช่ไหม เงินห้าหมื่นที่แกเอาไปเช่าภูเขานั่นก็มาจากเงินคุณย่าใช่ไหม

ผมยืนกอดอกมองเขา เงินค่าจัดงานศพคุณย่า ผมจ่ายไปหนึ่งแสนบาท ตอนท่านยังอยู่พวกคุณไม่เลี้ยง พอท่านจากไปกลับจัดงานใหญ่โต จะจัดให้ใครดูกัน ค่ารักษาคุณย่าฉันจ่ายไปตั้งหนึ่งแสน ตอนนี้พวกคุณมีหน้าเอาความเป็นครอบครัวมาอ้างเหรอ

ลุงใหญ่ที่ยืนอยู่ข้างหลังเขาโบกมือห้ามพี่ชายคนโต แต่สายตาของเขาก็ยังจับจ้องมาที่ผม

เยี่ยนจื่อ ลุงใหญ่ไม่ได้จะบีบคั้นแก แค่เรื่องเงินของคุณย่า ต้องอธิบายให้ทุกคนฟัง

ผมชี้ไปที่บ้านเก่าแล้วพูดช้าๆ ชัดๆ ทีละคำ บ้านหลังนี้พวกคุณแบ่งให้ผมเป็นลายลักษณ์อักษรแล้ว ของทุกอย่างในบ้านนั้นตอนนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับพวกคุณแล้ว พวกแกมาสร้างเรื่องที่บ้านฉัน ยังมีหน้ามั้ย

คืนนั้นผมโทรหาผู้ใหญ่บ้านหวัง ขอเช่าภูเขาหวงซานลูกใหญ่ด้านหลังหมู่บ้าน ภูเขาลูกนั้นประกาศให้เช่ามาสามรอบแล้ว ไม่มีใครรับเช่าสักราย ถนนก็ยังสร้างไปไม่ถึง ขาดทุนจนกระเป๋าแห้ง สิทธิ์เช่าห้าปีราคาห้าหมื่นบาท เซ็นสัญญาแล้วห้ามกลับคำ

ผู้ใหญ่บ้านหวังมองหน้าผมอย่างไม่อยากเชื่อ แกมีเงินขนาดนี้มาจากไหน เงินห้าหมื่นไม่ใช่เงินน้อยๆ นะ

ผมวางเงินสดมัดหนึ่งลงบนโต๊ะแล้วพูดยิ้มๆ เงินสดเยอะขนาดนี้เป็นไปได้ยังไง แกเป็นแค่คนส่งอาหารจนๆ เอาเงินมากมายขนาดนี้มาจากไหน ลุงใหญ่ที่ยืนอยู่ข้างๆ อุทานออกมาดังลั่น ต้องเป็นเงินที่คุณย่าทิ้งไว้ก่อนตายแน่ๆ ไอ้หนู แกกล้าปิดบังทุกคนเหรอ

ข่าวแพร่ไปทั่วหมู่บ้านภายในวันเดียว พวกญาติพากันมาประท้วงหน้าบ้านเก่าของผม พี่สะใภ้คนโตตะโกนเสียงดังลั่นว่าไอ้หลัวเยี่ยนมันขโมยเงินคุณย่าไปหมดแล้ว เงินค่าทำศพก็ไม่ยอมจ่าย เนรคุณจริงๆ

ผมเปิดประตูออกไปยืนเผชิญหน้ากับพวกเขา แล้วพูดด้วยเสียงเรียบๆ ใครบอกว่าผมไม่จ่ายค่าทำศพ ผมจ่ายไปหนึ่งแสน ใครบอกว่าผมขโมยเงินคุณย่า หลักฐานล่ะ

ลุงใหญ่พูดขึ้นว่าเยี่ยนจื่อ ถ้าแกบริสุทธิ์ก็ให้พวกเราตรวจบ้านหลังนี้หน่อย

ผมยิ้ม ตรวจได้ครับ แต่ถ้าตรวจไม่เจออะไร พวกคุณต้องขอโทษผมต่อหน้าทุกคนในหมู่บ้าน

พวกเขาตรวจกันทั้งคืน ไม่เจอเงินแม้แต่บาทเดียว เพราะเงินทั้งหมดที่ผมมีตอนนี้มาจากการขายผักล้วนๆ หลังจากนั้นผมก็ประกาศ loudly ว่าผมจะเปิดรับคนงานมาถางป่าบนภูเขาหวงซาน วันละสองร้อยบาท จ่ายเงินทุกวัน

คนในหมู่บ้านพากันหัวเราะเยาะ ไอ้โง่เอ๊ย ได้เงินมาก็เอาไปทิ้งกับภูเขาร้าง ภูเขานั่นร้างมาหลายสิบปีแล้ว ใครแตะคนนั้นซวย

แต่วันรุ่งขึ้น ป้าจ้าวก็เป็นคนแรกที่มาสมัคร ตามด้วยชาวบ้านอีกเกือบสิบคน เงินวันละสองร้อยบาทจ่ายสดๆ ทุกเย็น ไม่มีใครปฏิเสธได้

สามเดือนต่อมา ภูเขาหวงซานก็เปลี่ยนไปจนใครๆ ก็จำไม่ได้ ผมปลูกผักทุกชนิดบน terraced fields ที่ผมสร้างขึ้นมาเอง ใช้ระบบน้ำหยดที่ต่อท่อจากลำธารเล็กๆ บนเขา ผักของผมใหญ่กว่าปกติสามเท่าและอร่อยจนติดอันดับ โรงแรมติงเซิ่ง ซึ่งเป็นโรงแรมระดับท็อปของเมือง ส่งคนมาขอซื้อถึงที่ ให้ราคาสูงกว่าตลาดเกือบสองเท่า

วันหนึ่ง รถโรลส์-รอยซ์คันหนึ่งจอดหน้าบ้านเก่าของผม ประธานหลินแห่งโรงแรมติงเซิ่งลงมาจากรถพร้อมทีมงาน เขาเดินตรงมาหาผมแล้วยื่นมือมาให้จับ

คุณหลัวเยี่ยน แขกคนสำคัญของโรงแรมเราระบุว่าต้องการผักของคุณ คุณมีเท่าไหร่เราเอาหมด

ผมยิ้มแล้วจับมือเขา ครับ มีเท่าไหร่ผมส่งให้หมดครับ

ตอนนั้นเองที่ลุงใหญ่กับพี่ชายคนโตวิ่งหน้าตั้งมาถึง พี่ชายคนโตตะโกนว่า ประธานหลิน เขาเป็นแค่ลูกพี่ลูกน้องผม ตั้งแต่เด็กก็ไม่เอาไหน เป็นแค่คนส่งอาหาร คุณโดนเขาหลอกหรือเปล่า

ประธานหลินหันไปมองเขาด้วยสายตาเย็นชา ธุรกิจของโรงแรมติงเซิ่ง ต้องให้คนอย่างแกมาคอยชี้นิ้วสั่งเหรอ

ผมยืนมองภาพนั้นแล้วนึกถึงคำพูดของคุณย่าที่ว่า ของที่ช่วยชีวิตคน แค่ขายออกไปยังไม่พอ ต้องมีคนกล้าใช้ และมีที่ให้ใช้ด้วย

สองปีต่อมา กลุ่มหลิงเฉวียนของผมกลายเป็นกลุ่มธุรกิจการแพทย์และสุขภาพที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ มีโรงงานแปรรูปอาหาร ฟาร์มเลี้ยงสัตว์น้ำ รีสอร์ตบนภูเขา และโรงพยาบาลสมุนไพรครบวงจร มูลค่าบริษัททะลุห้าพันล้านบาท

ผมสร้างโรงเรียนแห่งความหวังสองร้อยแห่งทั่วประเทศ และตั้งกองทุนการแพทย์หลิงเฉวียนเพื่อช่วยเหลือครอบครัวผู้ป่วยหนักที่ไม่มีเงินรักษา

ส่วนลุงใหญ่กับพี่ชายคนโต วันนี้พวกเขามาทำงานเป็นคนงานทั่วไปในโรงงานของผม หลัวฮว๋าลูกชายของลุงใหญ่ติดคุกข้อหาฉ้อโกงและทำร้ายร่างกาย หลังออกมาเขามาขอโทษผมด้วยน้ำตา ผมให้เขาเริ่มจากคนงานคลังสินค้า ถ้าทำได้ก็อยู่ ทำไม่ได้ก็ไป

คืนหนึ่งผมกลับไปที่บ้านเก่าหลังนั้นอีกครั้ง มันยังอยู่ที่เดิม หลังคารั่ว ผนังแตกระแหง แต่ผมไม่เคยคิดจะรื้อมันทิ้ง เพราะทุกครั้งที่ผมเปิดประตูเข้าไป ผมจะได้ยินเสียงคุณย่าพูดว่า อย่าดูถูกที่ดินผืนเล็ก แค่ขยันลงแรง ที่ดินผืนเล็กก็ปลูกชีวิตดีๆ ได้

ผมยืนอยู่กลางบ้านเก่า มองไปรอบๆ แล้วพูดเบาๆ ว่าคุณย่า ผมกลับมาแล้วครับ

แล้วผมก็heard เสียงเหมือนมีใครหัวเราะเบาๆ อยู่ข้างหู แต่พอหันไปก็ไม่เห็นใคร มีเพียงจี้หยกเล็กๆ ที่วางอยู่บนโต๊ะเก่า ซึ่งปลาคาร์ปสีทองข้างในยังคงว่ายวนช้าๆ ราวกับกำลังยิ้มให้ผม

Disclaimer: This story is fictional and created for entertainment purposes only. Any names, characters, places, or events are fictitious or used fictitiously. No real person or organization is intended to be portrayed.

Related Articles